ทำไมญี่ปุ่นถึงประดิษฐ์คำว่า “Salaryman”?
ถ้าเอาคำว่า “salary” กับ “man” มารวมกัน คนพูดภาษาอังกฤษคงทำหน้างง แต่ในญี่ปุ่น “サラリーマン” (sarariiman) เป็นหนึ่งในคำที่คนรู้จักมากที่สุด — มันอธิบายถึงผู้ชายนับล้านในชุดสูทสีเข้มที่เป็นกำลังสำคัญของโลกธุรกิจญี่ปุ่น
คำนี้เกิดขึ้นในช่วงเศรษฐกิจเฟื่องฟูหลังสงครามของญี่ปุ่นในทศวรรษ 1950–60 เมื่อบริษัทต่าง ๆ ใช้ระบบการจ้างงานตลอดชีวิต ชนชั้นทางสังคมใหม่ก็ถือกำเนิดขึ้น: ผู้ชายที่เข้าทำงานบริษัทตั้งแต่จบมหาวิทยาลัยและอยู่จนเกษียณ พวกเขาต้องการชื่อเรียก และภาษาญี่ปุ่นก็ทำในสิ่งที่ถนัด — ยืมคำภาษาอังกฤษมาแล้วให้ความหมายใหม่
ชีวิตซาลารีแมนเป็นอย่างไร?
ไลฟ์สไตล์ซาลารีแมนแบบแผนประกอบด้วย:
- สูทสีเข้ม เสื้อเชิ้ตสีขาว — เครื่องแบบไม่เป็นทางการของออฟฟิศญี่ปุ่น
- 満員電車 (รถไฟแน่น) — การเดินทางไปทำงานตอนเช้าที่โหดหิน บางทีนานกว่าหนึ่งชั่วโมง
- 残業 (โอที) — การทำงานดึกมักเป็นสิ่งที่คาดหวัง ไม่ใช่ทางเลือก
- 飲み会 (ปาร์ตี้ดื่ม) — สังสรรค์หลังเลิกงานกับเพื่อนร่วมงานและหัวหน้า
- 転勤 (การโยกย้าย) — ถูกย้ายไปทำงานต่างเมือง บางทีไม่ได้พาครอบครัวไปด้วย
แม้ภาพเหล่านี้กำลังเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในคนรุ่นใหม่ แต่ซาลารีแมนยังคงเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม
เกร็ดน่ารู้
คำเรียกเพศหญิงคือ “OL” — ย่อมาจาก “office lady” (オフィスレディー) ซึ่งเป็นวาเซอิเอโกะอีกคำ! ทั้ง “salaryman” และ “office lady” ไม่สามารถเข้าใจได้ตามธรรมชาติในประเทศที่พูดภาษาอังกฤษ ถ้าคุณเขียนว่าตัวเองเป็น “salary man” ในเรซูเม่ นายจ้างคงคิดว่าพิมพ์ผิด
ตัวอย่างประโยค
ในอนิเมะ
Aggretsuko
เร็ตสึโกะเป็น "OL" (office lady) ซึ่งเป็นคำเรียกเพศหญิงคู่กับ salaryman อนิเมะเรื่องนี้ถ่ายทอดความหงุดหงิดของชีวิตออฟฟิศญี่ปุ่นได้อย่างสมจริง — ทำโอที หัวหน้าน่ารำคาญ และดื่มหลังเลิกงาน
Crayon Shin-chan
พ่อของชินจัง ฮิโรชิ โนฮาระ เป็นตัวอย่างซาลารีแมนที่สมบูรณ์แบบ — สูท กระเป๋าเอกสาร เดินทางไกล เงินเดือนน้อย และเหนื่อยล้าตลอด เขาเป็นทั้งภาพลักษณ์ที่น่ารักและเสียดสีเบา ๆ ของพนักงานออฟฟิศชาวญี่ปุ่นทั่วไป