คำที่เกิดจากสองภาษา
フリーター (ฟุรีตา) เป็นวาเซอิเอโกะที่เป็นเอกลักษณ์อย่างแท้จริง — ไม่ได้แค่ยืมจากภาษาอังกฤษ แต่ผสมภาษาอังกฤษกับเยอรมัน เอา “free” จากภาษาอังกฤษ รวมกับ “Arbeiter” (คนงาน) จากภาษาเยอรมัน ก็ได้คำที่ไม่มีอยู่ในภาษาไหนเลย คำนี้ถูกคิดขึ้นในช่วงปลายยุค 1980 โดยนิตยสารหางาน “From A” (フロムエー) เพื่อใช้เรียกคนหนุ่มสาวที่เลือกทำงานพาร์ทไทม์แทนการทำงานประจำ
การเชื่อมโยงกับภาษาเยอรมันไม่ได้มาแบบสุ่มๆ ญี่ปุ่นมีคำว่า アルバイト (อารุไบโตะ จากภาษาเยอรมัน “Arbeit” แปลว่า งาน) ที่ใช้เรียกงานพาร์ทไทม์อยู่แล้ว フリーター ต่อยอดจากรากฐานนี้ — คนทำงานแบบ “free” ที่ล่องลอยไปตามงาน アルバイト ต่างๆ ด้วยทางเลือกหรือสถานการณ์
ฟรีเตอร์กับ NEET: ต่างกันอย่างไร?
สังคมญี่ปุ่นแยกสองกลุ่มนี้ชัดเจน:
- フリーター (ฟรีเตอร์): ทำงาน แต่เฉพาะพาร์ทไทม์ — ไม่มีเส้นทางอาชีพ ไม่มีสวัสดิการ ไม่มีความมั่นคงในงาน
- ニート (NEET): Not in Education, Employment, or Training — ไม่ทำงานเลย
ฟรีเตอร์อย่างน้อยก็ยังทำงาน แม้สังคมจะมองวิถีชีวิตของพวกเขาด้วยความกังวล คำนี้แฝงตราบาปเล็กๆ ในญี่ปุ่น ที่เส้นทางชีวิต “ที่ถูกต้อง” คือ: เรียนจบ → เข้าบริษัท → ทำงานที่นั่นหลายสิบปี การเลือกเป็นฟรีเตอร์มักถูกมองว่าเป็นการปฏิเสธสัญญาทางสังคมนี้
เกร็ดน่ารู้
จำนวนฟรีเตอร์ในญี่ปุ่นพุ่งสูงสุดที่ราว 2.17 ล้านคนในปี 2003 และค่อยๆ ลดลงตั้งแต่นั้น อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้ได้ความหมายใหม่ — ฟรีเตอร์ยุคใหม่บางคนจงใจเลือกความยืดหยุ่นแทนชีวิตบริษัท ไม่ต่างจากคนทำงาน “gig economy” ในประเทศตะวันตก คำนี้เปลี่ยนจากกบฏเป็นมีเหตุผลในเวลาแค่สองทศวรรษ!
ตัวอย่างประโยค
ในอนิเมะ
Welcome to the NHK
ตัวเอกอย่างซาโตถูกรายล้อมไปด้วยตัวละครที่ใช้ชีวิตอยู่ชายขอบของสังคม วิถีชีวิตฟรีเตอร์เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับการสำรวจวัฒนธรรมฮิกิโคโมริ, NEET และแรงกดดันจากระบบการจ้างงานของญี่ปุ่นในเรื่อง
The Devil is a Part-Timer! (Hataraku Maou-sama!)
จอมมารซาตานกลายเป็นฟรีเตอร์ในโตเกียวยุคปัจจุบัน ทำงานในร้านฟาสต์ฟู้ด ความตลกมาจากราชาปีศาจที่จริงจังกับงานพาร์ทไทม์ — เป็นมุมมองขำๆ ต่อชีวิตฟรีเตอร์