ท่าทางเดียวกัน ชื่อเรียกต่างกัน
ยกมือขึ้นแล้วตบฝ่ามือกับเพื่อนเพื่อฉลอง — ยินดีด้วย คุณเพิ่งทำสิ่งที่มีชื่อเรียกต่างกันสิ้นเชิงขึ้นอยู่กับว่าพูดภาษาอะไร ในภาษาอังกฤษเรียก high five (เพราะยกนิ้วทั้งห้าขึ้น) แต่ในภาษาญี่ปุ่นเรียก ハイタッチ (ไฮทัชชิ) — แปลตรงตัวว่า “ไฮทัช” (เพราะสัมผัสฝ่ามือกันข้างบน)
ไม่มีชื่อไหนผิด — แค่โฟกัสคนละจุดของท่าทางเดียวกัน ภาษาอังกฤษนับนิ้ว ภาษาญี่ปุ่นอธิบายการสัมผัส เป็นตัวอย่างที่ดีมากของการที่สองภาษามองท่าทางเดียวกันแล้วเลือกใช้คำต่างกันโดยสิ้นเชิง
”ไฮทัช” มาจากไหน?
การไฮไฟว์เริ่มเป็นที่นิยมในวงการกีฬาอเมริกันช่วงปลายทศวรรษ 1970 เมื่อท่าทางนี้เดินทางมาถึงญี่ปุ่น แทนที่จะใช้คำว่า “high five” ตามเดิม ภาษาญี่ปุ่นก็บัญญัติคำว่า ハイタッチ ขึ้นมา — โดยรวมคำว่า “high” กับ “touch” เข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นรูปแบบวาเซเอโกะที่พบได้บ่อย: หยิบคำภาษาอังกฤษมา จัดเรียงใหม่ แล้วสร้างเป็นคำที่ฟังดูเหมือนภาษาอังกฤษแต่จริงๆ แล้วไม่ใช่
ที่น่าสนใจคือ ถ้าพูดคำว่า “high touch” กับคนที่พูดภาษาอังกฤษ พวกเขาอาจนึกถึง “high-touch” ในฐานะคำคุณศัพท์ที่หมายถึงบริการแบบใกล้ชิดเป็นส่วนตัว — ตรงข้ามกับ “high-tech” พวกเขาจะไม่นึกภาพคนสองคนตบฝ่ามือกันแน่นอน
เกร็ดน่ารู้
การไฮไฟว์มีที่มาที่ยังเป็นที่ถกเถียงกัน เรื่องเล่าที่เป็นที่นิยมที่สุดให้เครดิตนักเบสบอล Glenn Burke แห่งทีม Los Angeles Dodgers ที่ยกมือขึ้นให้เพื่อนร่วมทีม Dusty Baker อย่างเป็นธรรมชาติเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 1977 ไม่ว่าจะมีที่มาอย่างไร ท่าทางนี้ก็ข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกมาและได้ชื่อใหม่เป็นภาษาญี่ปุ่น!
ตัวอย่างประโยค
ในอนิเมะ
Haikyuu!!
หลังจากเล่นสำเร็จทุกครั้ง สมาชิกทีมวอลเลย์บอลคาราสุโนะจะ "ハイタッチ" กันเพื่อฉลอง — กลายเป็นพิธีกรรมประจำในอนิเมะกีฬาเรื่องนี้เลยทีเดียว
Slam Dunk
ทีมบาสเก็ตบอลมีช่วงเวลา "ハイタッチ" กันระหว่างเกมที่เข้มข้น สะท้อนพลังงานและความผูกพันในวัฒนธรรมกีฬาญี่ปุ่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ